
SUSTAINABILITY



Empowering growth together
Dimention 1: Policy
ภูมิหลังและบริบทของอุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมหนัก เช่น อุตสาหกรรมน้ำตาล ยางพารา ปูนซีเมนต์ พลังงาน การจัดการขยะ เหล็ก และอุตสาหกรรมการผลิตแบบต่อเนื่อง ถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยและการพัฒนาอุตสาหกรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบและสินค้าสำคัญที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การใช้พลังงาน ความน่าเชื่อถือของเครื่องจักร ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความคาดหวังด้านความยั่งยืนจากตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น
ในยุคที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัวสู่ความยั่งยืน โรงงานไม่ได้ถูกคาดหวังเพียงให้ผลิตได้มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถลดของเสีย ยืดอายุการใช้งานของสินทรัพย์ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตลอดกระบวนการผลิต การเปลี่ยนผ่านสู่ภาคอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับความสามารถทางวิศวกรรมในการยกระดับประสิทธิภาพ ความทนทาน และความยืดหยุ่นของระบบอุตสาหกรรมโดยรวม
บทบาทของ Allied-Tek ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
Allied-Tek ดำเนินธุรกิจอยู่บนจุดเชื่อมต่อระหว่างงานวิศวกรรม การซ่อมบำรุงอุตสาหกรรม การจำลองทางวิศวกรรมขั้นสูง และการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการซ่อมบำรุง การวิเคราะห์ด้วยระบบ Simulation เทคโนโลยี Overlay และ Cladding การผลิตชิ้นส่วนทดแทน และการพัฒนาเครื่องจักรเฉพาะทางสำหรับอุตสาหกรรม
ด้วยประสบการณ์ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศไทยและภูมิภาค Allied-Tek มุ่งมั่นที่จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถ
-
ยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรและอุปกรณ์
-
ลดการสูญเสียและลดความจำเป็นในการเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่
-
เพิ่มเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของกระบวนการผลิต
-
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและทรัพยากร
-
ลดระยะเวลาการหยุดเดินเครื่อง
-
เสริมสร้างความปลอดภัยและความยืดหยุ่นในการดำเนินงานระยะยาว
สำหรับ Allied-Tek งานวิศวกรรมไม่ได้หมายถึงเพียงการซ่อมแซมเครื่องจักร แต่หมายถึงการช่วยให้อุตสาหกรรมสามารถผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ รับผิดชอบ และยั่งยืนมากขึ้น
วิศวกรรมเพื่อการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (Sustainable Consumption and Production: SCP)
Allied-Tek เชื่อว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนเริ่มต้นจากการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
บริษัทตระหนักว่าการยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักร การลดของเสีย การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต คือหัวใจสำคัญของการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (Sustainable Consumption and Production: SCP)
ผ่านเทคโนโลยี เช่น ระบบจำลองทางวิศวกรรม (Simulation) การเชื่อมพอกผิวแข็ง (Hardfacing) เทคโนโลยี Overlay และ Cladding การซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ และโซลูชันวิศวกรรมเฉพาะอุตสาหกรรม Allied-Tek มีส่วนร่วมในการ
-
ลดการใช้ทรัพยากรใหม่โดยไม่จำเป็น
-
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์อุตสาหกรรม
-
ลดของเสียจากกระบวนการผลิต
-
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
-
สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรม
-
เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตในระยะยาว
Allied-Tek มองว่าความยั่งยืนไม่ใช่กิจกรรมเพิ่มเติม แต่เป็นความรับผิดชอบทางวิศวกรรมที่ต้องผสานอยู่ในทุกกระบวนการผลิต
ความท้าทายด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมหนัก
อุตสาหกรรมหนักในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น
-
ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นและแรงกดดันในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
-
การสึกหรอของเครื่องจักรและอุปกรณ์สำคัญ
-
ความสูญเสียของวัตถุดิบและประสิทธิภาพการผลิตที่ลดลง
-
ความเสี่ยงจากการหยุดเดินเครื่องและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน
-
ความคาดหวังด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่เพิ่มขึ้น
-
ความจำเป็นในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมที่สามารถวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ และสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้ทั้งในด้านการดำเนินงานและความยั่งยืน
บทบาทของ Allied-Tek ในการเพิ่มประสิทธิภาพ ความเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน และความยืดหยุ่นของภาคอุตสาหกรรม
Allied-Tek มุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรด้านวิศวกรรมที่ได้รับความไว้วางใจ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพ ความเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน และความยืดหยุ่นให้กับภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บริษัทมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนผ่านการ
-
ยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรและสินทรัพย์อุตสาหกรรม
-
ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการซ่อม การปรับปรุง และการฟื้นฟูชิ้นส่วน
-
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดความสูญเสียในการดำเนินงาน
-
เพิ่มความน่าเชื่อถือและเสถียรภาพของกระบวนการผลิต
-
สนับสนุนความปลอดภัยและความยืดหยุ่นของระบบอุตสาหกรรม
-
ช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนผ่านนวัตกรรมทางวิศวกรรม
Allied-Tek เชื่อว่าอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการลงทุนใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการตัดสินใจทางวิศวกรรมที่ชาญฉลาด ซึ่งสามารถสร้างคุณค่าสูงสุดจากทรัพยากรที่มีอยู่ และสร้างประโยชน์ระยะยาวให้แก่ธุรกิจ สังคม และคนรุ่นต่อไป
นโยบายและพันธกิจด้านความยั่งยืนของบริษัท
วิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืน
"มุ่งสู่การเป็นพันธมิตรด้านวิศวกรรมเพื่อความยั่งยืน ที่ช่วยให้อุตสาหกรรมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ
ยืดอายุสินทรัพย์ ลดการใช้ทรัพยากร และเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน"
นโยบายด้านความยั่งยืน
Allied-Tek มุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบโซลูชันทางวิศวกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ การลดความสูญเสีย และการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
บริษัทให้ความสำคัญกับการบูรณาการหลักการด้านความยั่งยืนเข้ากับเทคโนโลยี บริการ และกระบวนการทำงาน ผ่านแนวทางดังต่อไปนี้
-
ยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรและอุปกรณ์
-
ลดการใช้พลังงานและวัตถุดิบ
-
ลดของเสียและความสูญเสียในกระบวนการผลิต
-
เพิ่มความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของระบบอุตสาหกรรม
-
ส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านงานวิศวกรรม
-
สนับสนุนลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตที่ยั่งยืน
พันธกิจ (Mission Statement)
"สร้างสรรค์วิศวกรรมเพื่อยืดอายุสินทรัพย์ เพิ่มประสิทธิภาพ และขับเคลื่อนการผลิตอย่างยั่งยืน"
Allied-Tek มุ่งพัฒนาโซลูชันทางวิศวกรรมที่ช่วยเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์อุตสาหกรรม เสริมสร้างความมั่นคงของกระบวนการผลิต และสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ผ่านนวัตกรรม ความเชี่ยวชาญ และความรับผิดชอบทางวิศวกรรม
Empowering growth together
Dimention 2: Goals
ผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้รับการยอมรับ
(Recognized Products and Services)
Allied-Tek เชื่อว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการเพิ่มกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากการใช้ทรัพยากร พลังงาน เครื่องจักร และวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลดของเสีย ลดความสูญเสีย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดกระบวนการผลิต
บริษัทจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางวิศวกรรมที่สนับสนุนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Consumption and Production: SCP ผ่านการยืดอายุเครื่องจักร การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต การประเมินและลดการใช้พลังงาน การส่งเสริมพลังงานทดแทน การลดของเสีย และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของภาคอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์และบริการต่อไปนี้ถือเป็นกลไกสำคัญของ Allied-Tek ในการสร้างผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนให้แก่ลูกค้าและภาคอุตสาหกรรม



บริการซ่อมบำรุงและซ่อมแซมหน้างาน (Onsite Maintenance and Repair)
Allied-Tek ให้บริการซ่อมบำรุง ซ่อมแซม และแก้ไขปัญหาทางวิศวกรรมภายในพื้นที่ปฏิบัติงานของลูกค้า เพื่อฟื้นฟูประสิทธิภาพของเครื่องจักร ลดระยะเวลาการหยุดเดินเครื่อง และยืดอายุการใช้งานของสินทรัพย์อุตสาหกรรม การซ่อมบำรุงหน้างานช่วยให้ลูกค้าสามารถรักษาความต่อเนื่องของกระบวนการผลิต ลดความจำเป็นในการเปลี่ยนเครื่องจักรหรือชิ้นส่วนก่อนสิ้นสุดอายุการใช้งาน และลดการใช้วัตถุดิบใหม่โดยไม่จำเป็น
ผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน
-
ยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรและอุปกรณ์
-
ลดความจำเป็นในการเปลี่ยนเครื่องจักรหรือชิ้นส่วนใหม่
-
ลดระยะเวลาการหยุดเดินเครื่อง
-
ลดความสูญเสียจากการหยุดชะงักของกระบวนการผลิต
-
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
-
เพิ่มความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยในการดำเนินงาน
บริการจำลองทางวิศวกรรม (Simulation Services)
Allied-Tek ใช้เทคโนโลยีการจำลองทางวิศวกรรมขั้นสูง รวมถึง Discrete Element Method: DEM เพื่อวิเคราะห์การเคลื่อนที่ของวัสดุ การไหล การกระแทก การสึกหรอ และประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตก่อนการออกแบบหรือปรับปรุงระบบจริง การใช้ Simulation ช่วยลดการลองผิดลองถูก ลดการใช้วัสดุและพลังงานโดยไม่จำเป็น และสนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลและหลักวิศวกรรม
ผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน
-
สนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล
-
ระบุจุดสูญเสียในกระบวนการผลิต
-
ลดการใช้วัตถุดิบจากการทดลองหรือออกแบบซ้ำ
-
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
-
ลดการสึกหรอและความเสียหายของเครื่องจักร
-
เพิ่มประสิทธิภาพและเสถียรภาพของกระบวนการผลิต
-
สนับสนุนนวัตกรรมทางอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
เทคโนโลยี Overlay, Cladding และ Hardfacing
Allied-Tek ให้บริการด้าน Overlay, Cladding และ Hardfacing เพื่อเพิ่มความทนทานของชิ้นส่วนและเครื่องจักรที่ต้องเผชิญกับการสึกหรอ การกัดกร่อน ความร้อน หรือสภาวะการทำงานที่รุนแรง เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยฟื้นฟูและยืดอายุชิ้นส่วนที่มีอยู่ ลดความจำเป็นในการผลิตหรือจัดซื้อชิ้นส่วนใหม่ และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน
ผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน
-
ยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนและเครื่องจักร
-
ลดความถี่ในการเปลี่ยนชิ้นส่วน
-
ลดการใช้วัตถุดิบใหม่
-
ลดเศษโลหะและของเสียอุตสาหกรรม
-
ลดต้นทุนตลอดวงจรชีวิตของสินทรัพย์
-
สนับสนุนการซ่อม ฟื้นฟู และนำสินทรัพย์กลับมาใช้ประโยชน์
-
ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรม
ชิ้นส่วนทดแทนและอุปกรณ์ทางวิศวกรรม (Parts Replacement and Engineering Components)
Allied-Tek ออกแบบ ผลิต และจัดหาชิ้นส่วนทดแทนเฉพาะทาง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับสภาพการใช้งานจริง ความทนทาน ประสิทธิภาพ และอายุการใช้งานของเครื่องจักร
ชิ้นส่วนทดแทนที่ได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสมช่วยลดปัญหาการชำรุดซ้ำ ลดความถี่ในการซ่อมบำรุง และเพิ่มความต่อเนื่องของกระบวนการผลิต
ผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน
-
เพิ่มอายุการใช้งานของเครื่องจักร
-
ลดจำนวนครั้งในการเปลี่ยนชิ้นส่วน
-
ลดการใช้ทรัพยากรและวัตถุดิบ
-
ลดต้นทุนการซ่อมบำรุงตลอดวงจรชีวิต
-
เพิ่มความพร้อมใช้งานของเครื่องจักร
-
เพิ่มความมั่นคงและความต่อเนื่องของกระบวนการผลิต
โซลูชันวิศวกรรมเฉพาะอุตสาหกรรม (Industry-Specific Engineering Solutions)
Sugar Tek
Sugar Tek เป็นโซลูชันทางวิศวกรรมสำหรับอุตสาหกรรมน้ำตาล ซึ่งมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักรและกระบวนการผลิต ลดความสูญเสีย และเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบ
ผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน
-
เพิ่มประสิทธิภาพการหีบและกระบวนการผลิต
-
ลดการสูญเสียวัตถุดิบ
-
ลดการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิต
-
เพิ่มเสถียรภาพของกระบวนการ
-
ลดระยะเวลาการหยุดเดินเครื่อง
-
ลดความถี่ในการซ่อมบำรุง
Rubber Tek
Rubber Tek เป็นโซลูชันทางวิศวกรรมสำหรับอุตสาหกรรมยางพารา ครอบคลุมการออกแบบและปรับปรุงเครื่องจักร ระบบขับเคลื่อน และกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน คุณภาพผลิตภัณฑ์ และความสม่ำเสมอในการผลิต
ผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน
-
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
-
ลดความสูญเสียจากระบบขับเคลื่อน
-
เพิ่มความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์
-
ลดของเสียจากกระบวนการผลิต
-
เพิ่มผลิตภาพต่อหน่วยทรัพยากร
-
เพิ่มเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของระบบ
Waste Tek
Waste Tek เป็นโซลูชันด้านการจัดการขยะ การคัดแยก การบด การนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ และการแปรรูปขยะเป็นเชื้อเพลิงหรือพลังงาน
โซลูชันดังกล่าวช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องฝังกลบ เพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ และสนับสนุนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
ผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน
-
ลดปริมาณขยะที่นำไปฝังกลบ
-
เพิ่มการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์
-
สนับสนุนการผลิตเชื้อเพลิงจากขยะ
-
ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน
-
ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการจัดการขยะ
-
สนับสนุนการผลิตพลังงานจากของเสีย
การประเมินการใช้พลังงานและโซลูชันพลังงานทดแทน (Energy Assessment and Renewable Energy Solutions)
Allied-Tek สนับสนุนลูกค้าในการประเมินรูปแบบการใช้พลังงานของเครื่องจักร ระบบผลิต และกระบวนการอุตสาหกรรม เพื่อระบุจุดสูญเสีย ประเมินประสิทธิภาพ และกำหนดแนวทางในการลดการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม การประเมินอาจครอบคลุมการใช้ไฟฟ้า เชื้อเพลิง ความร้อน ไอน้ำ ระบบขับเคลื่อน ระบบลำเลียง และอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสูง โดยเชื่อมโยงผลการประเมินกับแนวทางปรับปรุงเครื่องจักรและกระบวนการผลิต นอกจากการลดการใช้พลังงานแล้ว Allied-Tek ยังสนับสนุนการศึกษา ออกแบบ จัดหา และบูรณาการแหล่งพลังงานทดแทนหรือพลังงานคาร์บอนต่ำที่เหมาะสมกับลักษณะการดำเนินงานของลูกค้า เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ เชื้อเพลิงชีวมวล ก๊าซชีวภาพ พลังงานจากของเสีย และแหล่งพลังงานทางเลือกอื่น การดำเนินงานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดต้นทุนพลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกระบวนการผลิต
ผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน
-
ประเมินรูปแบบและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
-
ระบุจุดสูญเสียพลังงานในเครื่องจักรและกระบวนการ
-
เสนอแนวทางลดการใช้พลังงาน
-
เพิ่มประสิทธิภาพระบบขับเคลื่อนและอุปกรณ์
-
สนับสนุนการจัดหาและใช้พลังงานทดแทน
-
ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
-
ลดต้นทุนด้านพลังงาน
-
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
-
สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตคาร์บอนต่ำ
ความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Alignment with the Sustainable Development Goals: SDGs)
Allied-Tek ตระหนักว่านวัตกรรมและบริการทางวิศวกรรมมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทมีส่วนสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ดังนี้
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน | การสนับสนุนของ Allied-Tek |
|---|---|
SDG 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ | ประเมินการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพ และสนับสนุนพลังงานทดแทน |
SDG 8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ | เพิ่มผลิตภาพ ความต่อเนื่อง และความปลอดภัยในการดำเนินงาน |
SDG 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน | พัฒนานวัตกรรมวิศว กรรมและเสริมสร้างความยืดหยุ่นของอุตสาหกรรม |
SDG 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน | สนับสนุนการจัดการขยะและการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ |
SDG 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน | ยืดอายุสินทรัพย์ ลดของเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร |
SDG 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | ลดการใช้พลังงานฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก |
SDG 7: พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้
Allied-Tek สนับสนุน SDG 7 ผ่านการประเมินการใช้พลังงาน การวิเคราะห์จุดสูญเสีย การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรและระบบผลิต ตลอดจนการศึกษาและจัดหาแหล่งพลังงานทดแทนที่เหมาะสมกับบริบทของลูกค้า แนวทางดังกล่าวช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุน และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานคาร์บอนต่ำ
SDG 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
Allied-Tek มีส่วนสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการเพิ่มผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรม ลดการหยุดเดินเครื่อง เพิ่มความต่อเนื่องของการผลิต และส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย
SDG 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
การใช้เทคโนโลยี Simulation งานวิศวกรรมเฉพาะทาง การปรับปรุงเครื่องจักร และการพัฒนาโซลูชันตามสภาพการใช้งานจริง ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมและส่งเสริมนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
SDG 11: เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
โซลูชัน Waste Tek สนับสนุนการจัดการขยะ การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ และการผลิตพลังงานจากของเสีย ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดการพึ่งพาการฝังกลบ
SDG 12: การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
Allied-Tek สนับสนุน SDG 12 ผ่านการยืดอายุเครื่องจักร การซ่อมและฟื้นฟูชิ้นส่วน การลดการใช้วัสดุใหม่ การลดของเสีย และการเพิ่มผลิตภาพต่อหน่วยทรัพยากร แนวทางดังกล่าวสะท้อนหลักการสำคัญของ SCP คือการสร้างผลผลิตและมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
SDG 13: การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
Allied-Tek สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการลดการใช้พลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร การลดการใช้วัตถุดิบใหม่ การลดของเสีย และการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน การดำเนินงานดังกล่าวช่วยสนับสนุนลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการผลิตคาร์บอนต่ำ และเพิ่มความพร้อมต่อความคาดหวังด้านสภาพภูมิอากาศของผู้ซื้อ นักลงทุน และห่วงโซ่อุปทาน
5. ผลลัพธ์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ (Quantitative and Qualitative Impact Outcomes)
Allied-Tek มุ่งติดตามและประเมินผลลัพธ์จากผลิตภัณฑ์และบริการทางวิศวกรรม เพื่อสะท้อนคุณค่าที่เกิดขึ้นต่อประสิทธิภาพการผลิต การใช้ทรัพยากร พลังงาน สิ่งแวดล้อม และความสามารถในการแข่งขันของลูกค้า ตัวชี้วัดจะได้รับการกำหนดตามลักษณะ ขอบเขต และความเหมาะสมของแต่ละโครงการ โดยอาศัยข้อมูลก่อนและหลังการดำเนินงาน ข้อมูลการปฏิบัติงาน หรือหลักฐานอื่นที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
5.1 ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ (Quantitative Impact Indicators)
5.1.1 ประสิทธิภาพของสินทรัพย์และการใช้ทรัพยากร
-
ร้อยละหรือจำนวนปีที่อายุการใช้งานของเครื่องจักรเพิ่มขึ้น
-
จำนวนครั้งที่ลดการเปลี่ยนชิ้นส่วน
-
ปริมาณวัสดุหรือวัตถุดิบใหม่ที่ลดลง
-
ปริมาณชิ้นส่วนที่ได้รับการซ่อมหรือฟื้นฟู
-
ต้นทุนการซ่อมบำรุงตลอดวงจรชีวิตที่ลดลง
-
อัตราการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
5.1.2 ประสิทธิภาพด้านการดำเนินงาน
-
จำนวนชั่วโมง Downtime ที่ลดลง
-
ร้อยละของความพร้อมใช้งานของเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้น
-
ร้อยละของประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น
-
ปริมาณของเสียจากกระบวนการผลิตที่ลดลง
-
อัตราการสูญเสียวัตถุดิบที่ลดลง
-
ความถี่ของการซ่อมบำรุงที่ลดลง
5.1.3 ตัวชี้วัดด้านพลังงาน
-
ปริมาณการใช้พลังงานที่ลดลง
-
ร้อยละของการลดการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิต
-
ปริมาณไฟฟ้าหรือเชื้อเพลิงที่ประหยัดได้
-
ค่าความเข้มการใช้พลังงานของกระบวนการผลิต
-
จำนวนจุดสูญเสียพลังงานที่ได้รับการแก้ไข
-
มูลค่าต้นทุนด้านพลังงานที่ลดลง
-
สัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนต่อการใช้พลังงานทั้งหมด
-
ปริมาณพลังงานทดแทนที่ผลิตหรือจัดหาได้
5.1.4 ตัวชี้วัดด้านก๊าซเรือนกระจกและสภาพภูมิอากาศ
-
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง หน่วยตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
-
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่หลีกเลี่ยงได้จากการใช้พลังงานทดแทน
-
ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ลดลง
-
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยการผลิตที่ลดลง
-
จำนวนโครงการที่มีการประเมินผลด้านพลังงานและก๊าซเรือนกระจก
-
จำนวนโครงการพลังงานทดแทนหรือพลังงานคาร์บอนต่ำที่ได้รับการพัฒนา
5.1.5 ตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและของเสีย
-
ปริมาณวัสดุที่ได้รับการซ่อม ฟื้นฟู หรือใช้ซ้ำ
-
ปริมาณของเสียอุตสาหกรรมที่ลดลง
-
ปริมาณขยะที่หลีกเลี่ยงจากการฝังกลบ
-
ปริมาณวัสดุที่นำกลับมาใช้ประโยชน์
-
ปริมาณเชื้อเพลิงที่ผลิตจากของเสีย
-
มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่
5.2 ผลลัพธ์เชิงคุณภาพ (Qualitative Impact Outcomes)
ความยืดหยุ่นของภาคอุตสาหกรรม
ช่วยให้โรงงานสามารถรักษาความต่อเนื่องของการผลิต ลดความเสี่ยงจากเครื่องจักรขัดข้อง และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงด้านต้นทุน พลังงาน และห่วงโซ่อุปทานได้ดีขึ้น
การเปลี่ยนผ่านสู่วิศวกรรมที่ยั่งยืน
ส่งเสริมการออกแบบ การซ่อมบำรุง และการตัดสินใจทางวิศวกรรมที่คำนึงถึงอายุการใช้งาน ประสิทธิภาพพลังงาน การใช้ทรัพยากร และผลกระทบตลอดวงจรชีวิต
การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
สนับสนุนให้ลูกค้าเข้าใจรูปแบบการใช้พลังงาน ระบุโอกาสในการลดการใช้พลังงาน และเลือกใช้แหล่งพลังงานทดแทนหรือพลังงานคาร์บอนต่ำที่เหมาะสม
ความสามารถในการแข่งขันของลูกค้า
ช่วยให้ลูกค้าลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ ลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน และตอบสนองต่อข้อกำหนดด้านความยั่งยืนของผู้ซื้อ นักลงทุน และตลาดระหว่างประเทศ
องค์ความรู้และนวัตกรรม
ส่งเสริมการใช้ข้อมูล Simulation และหลักวิศวกรรมในการวิเคราะห์ปัญหา ออกแบบแนวทางแก้ไข และพัฒนานวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละอุตสาหกรรม
การพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ
ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน เพิ่มการใช้พลังงานทดแทน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน
การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรับผิดชอบ
สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุลกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การดูแลสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการสร้างคุณค่าในระยะยาว
SDG Goal | Target | Indicator | Relevance to Allied-Tek | Measured / Estimated Impact |
|---|---|---|---|---|
SDG 7: Affordable and Clean Energy | เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน | ปริมาณพลังงานที่ประหยัดได้ (kWh/ปี) | การประเมินการใช้พลังงานและการจัดหาพลังงานทดแทน | ลดการใช้พลังงานของกระบวนการผลิต (%) |
SDG 7: Affordable and Clean Energy | ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล | สัดส่วนพลังงานทดแทนต่อพลังงานทั้งหมด (%) | โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ชีวมวล และพลังงานจากของเสีย | ปริมาณพลังงานสะอาดที่ผลิตหรือจัดหาได้ |
SDG 8: Decent Work and Economic Growth | เพิ่มประสิทธิภาพและความต่อเนื่องของการผลิต | จำนวนชั่วโมง Downtime ที่ลดลง | งานซ่อมบำรุงและการปรับปรุงเครื่องจักร | ชั่วโมงการหยุดเดินเครื่องที่ลดลง |
SDG 8: Decent Work and Economic Growth | เพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน | อัตราเหตุขัดข้องของเครื่องจักร | การออกแบบและปรับปรุงระบบวิศวกรรม | ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ลดลง |
SDG 9: Industry, Innovation and Infrastructure | ยืดอายุการใช้งานของสินทรัพย์ | อายุการใช้งานของชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้น | Overlay, Cladding และ Hardfacing | จำนวนปีหรือร้อยละที่เพิ่มขึ้น |
SDG 9: Industry, Innovation and Infrastructure | เพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต | อัตรากา รผลิตต่อหน่วยทรัพยากร | Simulation และ Engineering Solutions | ประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น (%) |
SDG 12: Responsible Consumption and Production | ลดการใช้วัตถุดิบใหม่ | ปริมาณวัสดุที่ซ่อมและนำกลับมาใช้ใหม่ | Circular Engineering และงานฟื้นฟูชิ้นส่วน | ตันของวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ |
SDG 12: Responsible Consumption and Production | ลดของเสียจากกระบวนการผลิต | ปริมาณของเสียที่ลดลง | Waste Tek และการปรับปรุงกระบวนการ | ตันของเสียที่หลีกเลี่ยงได้ |
SDG 13: Climate Action | ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก | ปริมาณ GHG ที่ลดลง (tCO₂e/ปี) | การลดการใช้พลังงานและพลังงานทดแทน | ปริมาณการปล่อยที่ลดลง |
SDG 13: Climate Action | สนับสนุนการผลิตคาร์บอนต่ำ | ความเข้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยการผลิต | การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน | การลดการปล่อยต่อหน่วย (%) |
หมายเหตุ
-
Measured Impact หมายถึง ผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้จากข้อมูลจริงของลูกค้า
-
Estimated Impact หมายถึง ผลลัพธ์ที่คำนวณหรือประมาณการจากแบบจำลองทางวิศวกรรมและข้อมูลอุตสาหกรรม
-
ตัวชี้วัดแต่ละรายการจะถูกเลือกใช้ตามประเภทโครงการและความพร้อมของข้อมูล
-
การประเมินผลอาจครอบคลุมผลลัพธ์ด้านพลังงาน ทรัพยากร ของเสีย และก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรการดำเนินงาน



Empowering growth together
Dimention 3: Sustainability Delivery Process
กระบวนการดำเนินงานและการนำความยั่งยืนไปสู่การปฏิบัติ
Operational and Sustainability Implementation Process
Allied-Tek กำหนดให้ความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินงานทางวิศวกรรม ตั้งแต่การรับฟังปัญหาของลูกค้า การสำรวจหน้างาน การวิเคราะห์ข้อมูล การออกแบบโซลูชัน การติดตั้งและดำเนินงาน ตลอดจนการติดตามผลหลังส่งมอบ
บริษัทมุ่งให้แต่ละโครงการสร้างผลลัพธ์ที่มากกว่าการแก้ไขปัญหาทางเทคนิค โดยพิจารณาควบคู่ถึงอายุการใช้งานของสินทรัพย์ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้วัตถุดิบ การลดของเสีย ความปลอดภัย ความต่อเนื่องของการผลิต และโอกาสในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กระบวนการส่งมอบผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนของ Allied-Tek ประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญดังต่อไปนี้
1. การรับฟังความต้องการและกำหนดขอบเขตโครงการ (Customer Needs and Project Scoping)
Allied-Tek เริ่มต้นโครงการด้วยการทำความเข้าใจปัญหา ความต้องการ และข้อจำกัดของลูกค้า โดยพิจารณาทั้งมิติด้านวิศวกรรม การผลิต พลังงาน ต้นทุน ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม
การกำหนดขอบเขตโครงการจะครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น
-
ปัญหาและสาเหตุของการขัดข้อง
-
อายุและสภาพของเครื่องจักร
-
ความถี่ของการซ่อมบำรุง
-
ระยะเวลาการหยุดเดินเครื่อง
-
การใช้พลังงานของเครื่องจักรหรือระบบ
-
การสูญเสียวัตถุดิบและของเสีย
-
ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
-
ความต้องการด้านประสิทธิภาพและคุณภาพ
-
เป้าหมายด้านการลดต้นทุน พลังงาน หรือก๊าซเรือนกระจก
-
ข้อกำหนดของลูกค้า ผู้ซื้อ หรือห่วงโซ่อุปทาน
ผลจากขั้นตอนนี้จะถูกนำไปใช้เป็นฐานในการกำหนดแนวทางทางวิศวกรรมและตัวชี้วัดผลลัพธ์ของโครงการ
2. การสำรวจและประเมินสภาพหน้างาน (Site Survey and Baseline Assessment)
บริษัทดำเนินการสำรวจหน้างานเพื่อประเมินสภาพจริงของเครื่องจักร ระบบการผลิต และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยอาจพิจารณาข้อมูลการเดินเครื่อง ประวัติการซ่อมบำรุง ความเสียหาย การสึกหรอ การใช้พลังงาน และประสิทธิภาพการผลิต การประเมินสภาพเริ่มต้น หรือ Baseline Assessment มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างข้อมูลอ้างอิงก่อนดำเนินโครงการ และช่วยให้สามารถเปรียบเทียบผลลัพธ์หลังการปรับปรุงได้อย่างเหมาะสม
ข้อมูลพื้นฐานอาจครอบคลุม
-
ชั่วโมงการทำงานของเครื่องจักร
-
ชั่วโมงการหยุดเดินเครื่อง
-
อายุการใช้งานของชิ้นส่วน
-
ปริมาณการผลิต
-
อัตราการสูญเสียวัตถุดิบ
-
ปริมาณของเสีย
-
การใช้ไฟฟ้า เชื้อเพลิง ความร้อน หรือไอน้ำ
-
ต้นทุนการซ่อมบำรุง
-
ข้อมูลอุบัติเหตุหรือความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
-
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้อง เมื่อมีข้อมูลเพียงพอ
3. การวิเคราะห์ทางวิศวกรรมและการระบุประเด็นความยั่งยืน (Engineering Analysis and Sustainability Opportunity Identification)
Allied-Tek วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและระบุโอกาสในการปรับปรุงโดยใช้ข้อมูลทางวิศวกรรม ประสบการณ์เฉพาะทาง และเทคโนโลยีการจำลองตามความเหมาะสม การวิเคราะห์ไม่ได้มุ่งเฉพาะการแก้ไขความเสียหาย แต่ยังพิจารณาว่าโครงการสามารถสร้างผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนได้อย่างไร เช่น
ยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรหรือชิ้นส่วน
-
ลดความถี่ในการซ่อมและเปลี่ยนอุปกรณ์
-
ลดการใช้วัสดุใหม่
-
ลดการสูญเสียวัตถุดิบ
-
ลดการใช้พลังงาน
-
ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบขับเคลื่อน
-
ลดของเสียและเศษวัสดุ
-
เพิ่มความปลอดภัย
-
ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
-
เพิ่มโอกาสในการใช้พลังงานทดแทน
-
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ประเด็นดังกล่าวจะถูกนำมาประกอบการพิจารณาในการออกแบบโซลูชันและกำหนดผลลัพธ์ที่คาดหวัง
4. การออกแบบและคัดเลือกโซลูชัน (Solution Design and Selection)
Allied-Tek ออกแบบโซลูชันโดยพิจารณาความเหมาะสมทางเทคนิค ความคุ้มค่าตลอดวงจรชีวิต ความปลอดภัย และผลกระทบด้านความยั่งยืน แนวทางที่บริษัทอาจนำมาใช้ ได้แก่
-
การซ่อมและฟื้นฟูชิ้นส่วนเดิม
-
การใช้ Overlay, Cladding หรือ Hardfacing
-
การออกแบบชิ้นส่วนให้มีความทนทานสูงขึ้น
-
การปรับปรุงระบบขับเคลื่อน
-
การปรับปรุงกระบวนการผลิต
-
การใช้ Simulation เพื่อลดความผิดพลาด
-
การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
-
การปรับปรุงระบบควบคุม
-
การนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์
-
การพัฒนาระบบจัดการขยะหรือผลิตพลังงานจากของเสีย
-
การจัดหาและบูรณาการพลังงานทดแทน
ในกรณีที่มีหลายทางเลือก บริษัทจะพิจารณาเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ต้นทุน อายุการใช้งาน การใช้พลังงาน ความพร้อมในการดำเนินงาน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกค้า
5. การกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดโครงการ (Project Targets and Indicators)
Allied-Tek จะกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดตามลักษณะของแต่ละโครงการ โดยให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดที่สามารถเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ทางวิศวกรรมและความยั่งยืนได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างตัวชี้วัด ได้แก่
-
อายุการใช้งานของเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้น
-
ชั่วโมง Downtime ที่ลดลง
-
ความถี่ในการซ่อมบำรุงที่ลดลง
-
ปริมาณวัตถุดิบที่ประหยัดได้
-
ปริมาณของเสียที่ลดลง
-
การใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิตที่ลดลง
-
สัดส่วนพลังงานทดแทนที่เพิ่มขึ้น
-
ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือหลีกเลี่ยงได้
-
ต้นทุนตลอดวงจรชีวิตที่ลดลง
-
ประสิทธิภาพหรือกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
-
ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของระบบที่ดีขึ้น
ตัวชี้วัดจะถูกกำหนดตามความพร้อมของข้อมูล ความเหมาะสมของโครงการ และขอบเขตที่สามารถตรวจสอบได้
6. การดำเนินงาน ติดตั้ง และควบคุมคุณภาพ (Implementation, Installation and Quality Control)
Allied-Tek ดำเนินงานตามแผนงานและข้อกำหนดทางวิศวกรรม โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย ความต่อเนื่องของการผลิต และการลดผลกระทบต่อพื้นที่ปฏิบัติงาน กระบวนการควบคุมคุณภาพอาจครอบคลุม
-
การตรวจสอบวัสดุและชิ้นส่วน
-
การตรวจสอบแบบและข้อกำหนดทางวิศวกรรม
-
การควบคุมกระบวนการผลิตและงานเชื่อม
-
การตรวจสอบคุณภาพก่อนและหลังติดตั้ง
-
การทดสอบการทำงาน
-
การบันทึกผลการตรวจสอบ
-
การจัดการข้อบกพร่องและการแก้ไข
-
การส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง
-
การอบรมหรือแนะนำผู้ปฏิบัติงานของลูกค้า
บริษัทจะดำเนินงานโดยพยายามลดของเสีย ลดการใช้วัสดุเกินความจำเป็น และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพตลอดกระบวนการดำเนินโครงการ
7. การประเมินการใช้พลังงานและการจัดหาพลังงานทดแทน (Energy Assessment and Renewable Energy Integration)
สำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน Allied-Tek อาจดำเนินการประเมินรูปแบบการใช้พลังงานของเครื่องจักรหรือกระบวนการ เพื่อระบุจุดสูญเสียและโอกาสในการปรับปรุง การประเมินอาจครอบคลุม
-
การใช้ไฟฟ้า
-
การใช้เชื้อเพลิง
-
ระบบมอเตอร์และระบบขับเคลื่อน
-
ระบบลำเลียง
-
ระบบความร้อนและไอน้ำ
-
เครื่องจักรที่ใช้พลังงานสูง
-
การใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิต
-
ช่วงเวลาที่มีการใช้พลังงานสูง
-
ประสิทธิภาพของอุปกรณ์และระบบ
จากผลการประเมิน บริษัทอาจเสนอแนวทางลดการใช้พลังงาน เช่น การปรับปรุงเครื่องจักร การเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการ หรือการปรับระบบควบคุม นอกจากนี้ บริษัทอาจสนับสนุนการศึกษา ออกแบบ จัดหา และบูรณาการแหล่งพลังงานทดแทนหรือพลังงานคาร์บอนต่ำ เช่น
-
พลังงานแสงอาทิตย์
-
เชื้อเพลิงชีวมวล
-
ก๊าซชีวภาพ
-
พลังงานจากของเสีย
-
เชื้อเพลิงทดแทน
-
ระบบผลิตพลังงานร่วม
-
เทคโนโลยีพลังงานสะอาดอื่นที่เหมาะสม
การจัดหาแหล่งพลังงานจะพิจารณาจากความเหมาะสมทางเทคนิค ความมั่นคงของแหล่งพลังงาน ต้นทุน ความปลอดภัย และศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
8. การส่งมอบ การตรวจรับ และการเริ่มใช้งาน (Handover, Acceptance and Commissioning)
เมื่อดำเนินงานแล้วเสร็จ Allied-Tek จะตรวจสอบและทดสอบระบบหรือชิ้นงานร่วมกับลูกค้าตามขอบเขตที่ตกลงไว้ เพื่อยืนยันว่าโซลูชันสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม การส่งมอบอาจประกอบด้วย
-
ผลการทดสอบ
-
รายงานการตรวจสอบ
-
ข้อมูลทางเทคนิค
-
คู่มือการใช้งานและบำรุงรักษา
-
ข้อเสนอแนะในการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ
-
ข้อเสนอแนะด้านพลังงานและความยั่งยืน
-
การอบรมผู้ปฏิบัติงาน
-
แผนติดตามผลหลังส่งมอบ
9. การติดตามและประเมินผลหลังดำเนินงาน (Monitoring and Post-Implementation Evaluation)
Allied-Tek ส่งเสริมให้มีการติดตามผลหลังการดำเนินงาน เพื่อประเมินว่าโซลูชันสามารถสร้างผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ การติดตามอาจเปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังดำเนินงานในประเด็น เช่น
-
ประสิทธิภาพของเครื่องจักร
-
อายุการใช้งานของชิ้นส่วน
-
ชั่วโมง Downtime
-
ปริมาณการผลิต
-
การใช้พลังงาน
-
ต้นทุนพลังงาน
-
การใช้วัตถุดิบ
-
ปริมาณของเสีย
-
ความถี่ในการซ่อมบำรุง
-
ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง
-
ผลตอบแทนจากการลงทุน
กรณีที่ข้อมูลไม่เพียงพอ บริษัทอาจใช้ผลลัพธ์เชิงคุณภาพ คำรับรองจากลูกค้า หรือข้อมูลการปฏิบัติงานที่สามารถตรวจสอบได้เป็นหลักฐานประกอบ
10. การบันทึกหลักฐานและการตรวจสอบย้อนกลับ (Evidence Documentation and Traceability)
Allied-Tek ให้ความสำคัญกับการจัดเก็บข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ เพื่อสนับสนุนความโปร่งใส การตรวจสอบย้อนกลับ และการประเมินผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน
เอกสารหรือหลักฐานอาจประกอบด้วย
-
ขอบเขตงานและข้อเสนอทางเทคนิค
-
รายงานการสำรวจหน้างาน
-
ภาพถ่ายก่อนและหลังดำเนินงาน
-
แบบทางวิศวกรรม
-
ผลการวิเคราะห์และ Simulation
-
รายงานการตรวจสอบคุณภาพ
-
ผลการทดสอบ
-
บันทึกการใช้พลังงาน
-
ข้อมูลการผลิต
-
รายงานการส่งมอบ
-
หนังสือรับรองหรือการยืนยันจากลูกค้า
-
รายงานผลลัพธ์ด้านพลังงานหรือก๊าซเรือนกระจก
การเปิดเผยข้อมูลจะดำเนินการภายใต้ข้อตกลงด้านความลับ ความปลอดภัยของข้อมูล และสิทธิของลูกค้า
11. การทบทวนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Review and Continuous Improvement)
Allied-Tek จะนำผลจากการดำเนินงาน ข้อเสนอแนะจากลูกค้า ข้อมูลด้านคุณภาพ และผลการประเมินด้านความยั่งยืนมาใช้ในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง
การทบทวนอาจครอบคลุม
-
ประสิทธิภาพของโซลูชัน
-
ปัญหาและข้อจำกัดที่พบ
-
ความพึงพอใจของลูกค้า
-
โอกาสในการลดต้นทุนและพลังงานเพิ่มเติม
-
โอกาสในการลดของเสีย
-
เทคโนโลยีและวัสดุใหม่
-
ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
-
ข้อกำหนดของผู้ซื้อและห่วงโซ่อุปทาน
-
โอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่
6. ความเกี่ยวข้องด้าน ESG และการบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน
ESG Relevance and Supply Chain Integration
Allied-Tek ตระหนักว่าผลิตภัณฑ์และบริการทางวิศวกรรมของบริษัทมีผลต่อการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของลูกค้า แม้ว่าบริษัทจะไม่ได้วางตำแหน่งตนเองเป็นผู้รับรองหรือที่ปรึกษาด้าน ESG โดยตรง บทบาทสำคัญของ Allied-Tek คือการเปลี่ยนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของภาคอุตสาหกรรมให้เป็นการดำเนินงานทางวิศวกรรมที่สามารถนำไปปฏิบัติ วัดผล และใช้เป็นหลักฐานประกอบการบริหารจัดการขององค์กรและห่วงโซ่อุปทานได้
6.1 มิติสิ่งแวดล้อม (Environmental Relevance)
ผลิตภัณฑ์และบริการของ Allied-Tek มีความเกี่ยวข้องกับมิติสิ่งแวดล้อมผ่านการลดการใช้ทรัพยากร ลดการใช้พลังงาน ลดของเสีย และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการผลิตคาร์บอนต่ำ
ประเด็นสำคัญ ได้แก่
-
การยืดอายุเครื่องจักรและชิ้นส่วน
-
การลดการใช้วัตถุดิบใหม่
-
การลดเศษโลหะและของเสียอุตสาหกรรม
-
การลดการใช้พลังงาน
-
การลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
-
การเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน
-
การนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์
-
การสนับสนุนพลังงานจากของเสีย
-
การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
-
การสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
ผลลัพธ์เหล่านี้สามารถสนับสนุนข้อมูลด้านประสิทธิภาพทรัพยากร พลังงาน ของเสีย และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของลูกค้า
6.2 มิติสังคม (Social Relevance)
Allied-Tek มีส่วนสนับสนุนมิติสังคมผ่านการออกแบบและดำเนินงานที่คำนึงถึงความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือของเครื่องจักร และสภาพการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน
ประเด็นสำคัญ ได้แก่
-
การลดความเสี่ยงจากเครื่องจักรขัดข้อง
-
การเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
-
การลดเหตุฉุกเฉินจากการหยุดเดินเครื่อง
-
การเพิ่มความเสถียรของกระบวนการผลิต
-
การถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิศวกรรม
-
การพัฒนาทักษะของผู้ปฏิบัติงาน
-
การสนับสนุนการจ้างงานและผู้เชี่ยวชาญในประเทศ
-
การสร้างความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจของภาคอุตสาหกรรม
บริษัทจะดำเนินงานโดยเคารพสิทธิแรงงาน หลักความปลอดภัย และข้อกำหนดของพื้นที่ปฏิบัติงานของลูกค้า
6.3 มิติธรรมาภิบาล (Governance Relevance)
Allied-Tek สนับสนุนมิติธรรมาภิบาลผ่านการดำเนินงานตามหลักวิศวกรรม ความโปร่งใส การควบคุมคุณภาพ และการจัดเก็บหลักฐานที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
ประเด็นสำคัญ ได้แก่
-
การกำหนดขอบเขตงานอย่างชัดเจน
-
การใช้ข้อมูลและหลักวิศวกรรมในการตัดสินใจ
-
การควบคุมคุณภาพ
-
การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนด
-
การบริหารความเสี่ยง
-
การจัดการความปลอดภัย
-
การคุ้มครองข้อมูลของลูกค้า
-
การหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์
-
การจัดเก็บเอกสารและหลักฐาน
-
การตรวจสอบย้อนกลับของวัสดุและการดำเนินงานตามความเหมาะสม
-
การรับข้อร้องเรียนและการแก้ไขปัญหา
6.4 การบูรณาการกับกลยุทธ์ความยั่งยืนของลูกค้า (Integration with Customer Sustainability Strategies)
Allied-Tek มุ่งให้ผลิตภัณฑ์และบริการสามารถเชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของลูกค้า เช่น
-
เป้าหมายการลดการใช้พลังงาน
-
เป้าหมายการลดต้นทุนการผลิต
-
เป้าหมายการลดของเสีย
-
เป้าหมายเศรษฐกิจหมุนเวียน
-
เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
-
เป้าหมาย Net Zero หรือ Carbon Neutrality
-
เป้าหมายด้านความปลอดภัย
-
เป้าหมายด้านประสิทธิภาพและความต่อเนื่องของธุรกิจ
-
ข้อกำหนดของผู้ซื้อและบริษัทแม่
-
การรายงาน ESG และความยั่งยืน
ข้อมูลจากโครงการของ Allied-Tek อาจถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการรายงานของลูกค้า โดยขึ้นอยู่กับขอบเขตข้อมูล วิธีการคำนวณ และการตรวจสอบของลูกค้า
6.5 การบูรณาการกับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Integration)
Allied-Tek จะส่งเสริมการดำเนินงานด้านความยั่งยืนร่วมกับผู้ขาย ผู้รับเหมา ผู้ผลิตวัสดุ ผู้ให้บริการขนส่ง และพันธมิตรทางเทคนิค เพื่อให้ผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนครอบคลุมมากกว่าการดำเนินงานภายในบริษัท
แนวทางที่อาจนำมาใช้ ได้แก่
-
การกำหนดข้อกำหนดด้านคุณภาพและความปลอดภัย
-
การคัดเลือกวัสดุตามความเหมาะสมและอายุการใช้งาน
-
การพิจารณาความสามารถในการซ่อมและใช้ซ้ำ
-
การลดบรรจุภัณฑ์และของเสีย
-
การวางแผนการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ
-
การจัดซื้อจากแหล่งที่สามารถตรวจสอบได้
-
การส่งเสริมการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
-
การสื่อสารข้อกำหนดด้านกฎหมาย จริยธรรม และสิทธิมนุษยชน
-
การพัฒนาความสามารถของคู่ค้า
-
การติดตามและแก้ไขความเสี่ยงที่สำคัญ
6.6 การคัดเลือกและบริหารจัดการคู่ค้า (Supplier Selection and Management)
Allied-Tek จะพิจารณาคู่ค้าจากความสามารถด้านคุณภาพ ราคา การส่งมอบ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ ควบคู่กับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลตามความเหมาะสมของสินค้าและบริการ
เกณฑ์ที่อาจนำมาพิจารณา ได้แก่
-
การดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
-
คุณภาพและมาตรฐานของสินค้า
-
ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ
-
ความปลอดภัยในการทำงาน
-
การจัดการของเสียและสารอันตราย
-
การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเหมาะสม
-
การไม่ใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ
-
การต่อต้านการทุจริต
-
การคุ้มครองข้อมูลและทรัพย์สินทางปัญญา
-
การตอบสนองต่อข้อร้องเรียนและการแก้ไขปัญหา
ระดับของการประเมินจะพิจารณาตามความสำคัญและความเสี่ยงของคู่ค้าแต่ละประเภท
6.7 การตรวจสอบย้อนกลับของวัสดุและชิ้นส่วน (Material and Component Traceability)
สำหรับวัสดุหรือชิ้นส่วนที่มีความสำคัญต่อคุณภาพ ความปลอดภัย หรือผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน Allied-Tek จะส่งเสริมการจัดเก็บข้อมูลที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการตรวจสอบย้อนกลับ
ข้อมูลอาจครอบคลุม
-
แหล่งที่มาของวัสดุ
-
ผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่าย
-
ข้อกำหนดและคุณสมบัติของวัสดุ
-
หมายเลขชิ้นงานหรือ Lot
-
ใบรับรองวัสดุ
-
ผลการตรวจสอบคุณภาพ
-
วันที่รับและวันที่ใช้งาน
-
โครงการหรือลูกค้าที่เกี่ยวข้อง
-
ข้อมูลการซ่อม ฟื้นฟู หรือใช้ซ้ำ
6.8 การสนับสนุนข้อมูลสำหรับผู้ซื้อและห่วงโซ่อุปทาน (Buyer and Supply Chain Information Support)
Allied-Tek มุ่งพัฒนาข้อมูลผลิตภัณฑ์ บริการ และผลลัพธ์ของโครงการให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ซื้อและองค์กรในห่วงโซ่อุปทานได้อย่างเป็นระบบ
ข้อมูลสนับสนุนอาจประกอบด้วย
-
คำอธิบายผลิตภัณฑ์และบริการ
-
ผลลัพธ์ด้านการยืดอายุสินทรัพย์
-
ผลลัพธ์ด้านการลดการใช้พลังงาน
-
ผลลัพธ์ด้านการลดของเสีย
-
ปริมาณวัสดุที่ได้รับการซ่อมหรือใช้ซ้ำ
-
ปริมาณพลังงานทดแทน
-
การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยประมาณ
-
หลักฐานการตรวจสอบคุณภาพ
-
กรณีศึกษาและผลลัพธ์ก่อน–หลัง
-
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ ESG, SCP และ SDGs
ข้อมูลดังกล่าวจะเปิดเผยตามความพร้อม ความถูกต้อง ข้อตกลงกับลูกค้า และข้อจำกัดด้านการรักษาความลับ
6.9 การบริหารความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Risk Management)
Allied-Tek จะประเมินและบริหารความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อคุณภาพ ความต่อเนื่องของการส่งมอบ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของโครงการ
ความเสี่ยงที่อาจพิจารณา ได้แก่
-
การขาดแคลนวัสดุ
-
การพึ่งพาผู้ขายรายเดียว
-
ความล่าช้าในการส่งมอบ
-
ความผันผวนของราคา
-
คุณภาพวัสดุไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
-
ความเสี่ยงจากแหล่งที่มาของวัสดุ
-
ความเสี่ยงด้านแรงงานและความปลอดภัย
-
ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม
-
ความเสี่ยงด้านกฎหมายและการทุจริต
-
ความเสี่ยงจากเหตุการณ์สภาพภูมิอากาศหรือภัยพิบัติ
แนวทางบริหารความเสี่ยงอาจรวมถึงการมีผู้ขายสำรอง การจัดเก็บวัสดุสำคัญ การตรวจสอบคุณภาพ การวางแผนล่วงหน้า และการพัฒนาความร่วมมือระยะยาวกับคู่ค้า
6.10 การมีส่วนร่วมและพัฒนาคู่ค้า (Supplier Engagement and Development)
Allied-Tek จะส่งเสริมให้คู่ค้าเข้าใจข้อกำหนดด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของบริษัท ผ่านการสื่อสาร การให้คำแนะนำ และการทำงานร่วมกัน
บริษัทอาจสนับสนุนคู่ค้าในเรื่อง
-
การปรับปรุงคุณภาพสินค้าและบริการ
-
การลดของเสีย
-
การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
-
การจัดการความปลอดภัย
-
การจัดเก็บข้อมูลและหลักฐาน
-
การตรวจสอบย้อนกลับ
-
การปฏิบัติตามกฎหมาย
-
การพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน
-
การสนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการคาร์บอนต่ำ
6.11 การจัดการข้อร้องเรียนและการแก้ไข (Grievance and Corrective Action)
Allied-Tek จะจัดให้มีช่องทางในการรับข้อร้องเรียนหรือข้อกังวลจากลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
เมื่อได้รับข้อร้องเรียน บริษัทจะดำเนินการตามความเหมาะสม ดังนี้
-
รับและบันทึกข้อร้องเรียน
-
ประเมินความสำคัญและผลกระทบ
-
ตรวจสอบข้อเท็จจริง
-
กำหนดผู้รับผิดชอบ
-
ดำเนินการแก้ไขและป้องกัน
-
สื่อสารผลการดำเนินงาน
-
ติดตามประสิทธิผลของการแก้ไข
-
จัดเก็บหลักฐานเพื่อการตรวจสอบ
6.12 การทบทวนผลการดำเนินงานด้าน ESG และห่วงโซ่อุปทาน (ESG and Supply Chain Performance Review)
Allied-Tek จะทบทวนผลการดำเนินงานด้าน ESG และห่วงโซ่อุปทานเป็นระยะ โดยพิจารณาจากผลลัพธ์ของโครงการ ข้อมูลคู่ค้า ความเสี่ยง ข้อร้องเรียน และข้อกำหนดใหม่ของตลาด
ประเด็นที่อาจนำมาทบทวน ได้แก่
-
ประสิทธิภาพการใช้พลังงานและทรัพยากร
-
ปริมาณของเสียและการใช้ซ้ำ
-
การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
-
ความปลอดภัยและคุณภาพ
-
ผลการดำเนินงานของคู่ค้า
-
ความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน
-
ข้อกำหนดของผู้ซื้อ
-
ความต้องการด้านข้อมูลและการเปิดเผย
-
โอกาสในการพัฒนานวัตกรรมร่วมกับคู่ค้า
ผลการทบทวนจะใช้เป็นข้อมูลสำหรับการกำหนดเป้าหมาย ปรับปรุงกระบวนการ และพัฒนาการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในระยะต่อไป
Claimable Outcomes (Organized by ESG Materiality Themes)
ผลลัพธ์ที่เกิดจากผลิตภัณฑ์และบริการของ Allied-Tek สามารถจัดกลุ่มตามประเด็นสาระสำคัญด้าน ESG ได้ดังนี้ โดยการกล่าวอ้างควรอ้างอิงข้อมูลจริง ขอบเขตโครงการ วิธีการคำนวณ และหลักฐานที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
ESG Materiality Theme | Claimable Outcome | Suggested Indicator | Evidence / Verification |
|---|---|---|---|
E: Energy Efficiency | ลดการใช้พลังงานของเครื่องจักรหรือกระบวนการผลิต | kWh ที่ลดลงต่อปี หรือร้อยละการลดใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิต | ใบแจ้งค่าไฟ ข้อมูลมิเตอร์ รายงาน Energy Assessment และข้อมูลก่อน–หลังโครงการ |
E: Renewable Energy | เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงา นคาร์บอนต่ำ | ปริมาณพลังงานทดแทนที่ผลิตหรือจัดหาได้ และสัดส่วนต่อพลังงานทั้งหมด | ข้อมูลระบบผลิตพลังงาน สัญญาจัดหา ใบรับรองพลังงาน หรือรายงานการเดินระบบ |
E: Climate and GHG Reduction | ลดหรือหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานและการปรับปรุงกระบวนการ | tCO₂e ที่ลดลงหรือหลีกเลี่ยงได้ต่อปี | ข้อมูลกิจกรรม ค่า Emission Factor วิธีคำนวณ และรายงานการประเมิน GHG |
E: Resource Efficiency | ลดการใช้วัตถุดิบและเพิ่มผลิตภาพต่อหน่วยทรัพยากร | ปริมาณวัตถุดิบที่ลดลง หรือผลผลิตต่อหน่วยวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น | บันทึกการผลิต ข้อมูลการใช้วัตถุดิบ และรายงานปรับปรุงกระบวนการ |
E: Circular Economy | ยืดอายุเครื่องจักรและชิ้นส่วนผ่านการซ่อม ฟื้นฟู Overlay, Cladding และ Hardfacing | อายุการใช้งานที่เพิ่มขึ้น จำนวนชิ้นส่วนที่ได้รับการฟื้นฟู หรือปริมาณวัสดุใหม่ที่หลีกเลี่ยงได้ | ประวัติการซ่อม รายงานตรวจสอบ ภาพก่อน–หลัง และข้อมูลอายุการใช้งาน |
E: Waste Reduction | ลดของเสียอุตสาหกรรมและลดปริมาณขยะที่ต้องฝังกลบ | ตันขอ งเสียที่ลดลง ใช้ซ้ำ หรือนำกลับมาใช้ประโยชน์ | ใบชั่งน้ำหนัก บันทึกของเสีย เอกสารขนส่งและกำจัด หรือรายงาน Waste Tek |
E: Pollution Prevention | ลดการสูญเสีย การรั่วไหล หรือผลกระทบจากกระบวนการที่ไม่มีประสิทธิภาพ | จำนวนเหตุการณ์ที่ลดลง ปริมาณการสูญเสีย หรืออัตราของเสียที่ลดลง | รายงานเหตุการณ์ บันทึกการตรวจสอบ และข้อมูลการดำเนินงาน |
S: Occupational Health and Safety | ลดความเสี่ยงจากเครื่องจักรขัดข้องและเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน | จำนวนเหตุขัดข้อง เหตุเกือบพลาด หรือความเสี่ยงที่ได้รับการแก้ไข | รายงานความปลอดภัย การประเมินความเสี่ยง และบันทึกการแก้ไข |
S: Workforce Capability | เพิ่มทักษะและความสามารถของผู้ปฏิบัติงานในการใช้งานและบำรุงรักษาระบบ | จำนวนผู้ได้รับการอบรม ชั่วโมงฝึกอบรม หรือผลการประเมินหลังอบรม | รายชื่อผู้เข้าร่วม หลักสูตร เอกสารอบรม และแบบประเมิน |
S: Operational Continuity | ลดการหยุดเดินเครื่องและเพิ่มความต่อเนื่องของการผลิต | ชั่วโมง Downtime ที่ลดลง และอัตราความพร้อมใช้งานที่เพิ่มขึ้น | Maintenance Log ข้อมูลการเดินเครื่อง และรายงานก่อน–หลังโครงการ |
S: Customer Value and Competitiveness | ลดต้นทุนตลอดวงจรชีวิตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของลูกค้า | ต้นทุนซ่อมบำรุงที่ลดลง ผลตอบแทนจากการลงทุน หรือผลผลิตที่เพิ่มขึ้น | ข้อมูลต้นทุน รายงานโครงการ และการยืนยันผลจากลูกค้า |
S: Local Economic Contribution | สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ วิศวกร ผู้รับเหมา และผู้จัดหาในประเทศ | จำนวนงาน มูลค่าการจัดซื้อในประเทศ หรือจำนวนคู่ค้าท้องถิ่น | ข้อมูลจัดซื้อ สัญญาจ้าง และทะเบีย นคู่ค้า |
G: Quality and Engineering Governance | เพิ่มความน่าเชื่อถือของโครงการผ่านการออกแบบ การตรวจสอบ และการควบคุมคุณภาพ | จำนวนโครงการที่ผ่านการตรวจรับ อัตราข้อบกพร่อง หรืออัตราการแก้ไขงาน | แบบวิศวกรรม Inspection Report ผลการทดสอบ และเอกสารตรวจรับ |
G: Data and Evidence Traceability | เพิ่มความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับของวัสดุ ชิ้นส่วน และผลลัพธ์โครงการ | สัดส่วนโครงการที่มีเอกสารครบถ้วน หรือสัดส่วนวัสดุที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ | Material Certificate, Lot Number, Project File และรายงานผล |
G: Responsible Supply Chain | เพิ่มการคัดกรองและบริหารคู่ค้าตามความเสี่ยงด้านคุณภาพ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และแรงงาน | จำนวนหรือสัดส่วนคู่ค้าที่ได้รับการประเมิน | แบบประเมินคู่ค้า รายชื่อ Approved Vendor และ Corrective Action |
G: Compliance and Ethical Conduct | สนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนดลูกค้า และหลักจริยธรรมทางธุรกิจ | จำนวนกรณีไม่สอดคล้อง ข้อร้องเรียน หรือการดำเนินการแก้ไข | Compliance Record, Complaint Log และ Corrective Action Report |
G: Climate and Sustainability Disclosure Support | จัดทำข้อมูลโครงการเพื่อสนับสนุนการรายงานพลังงาน GHG ทรัพยากร และของเสียของลูกค้า | จำนวนโครงการที่มีข้อมูล ESG หรือรายงานผลกระทบประกอบ | Impact Report, Energy Data, GHG Calculation และหนังสือยืนยันจากลู |



